วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2554
10 อันดับสิ่งที่ไม่ควรไปกราบไหว้ (ขอเลขเด็ด) ยังจำข่าวเหล่านี้ได้ใหม
10 ไข่นกกระจอกเทศ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงามีชาวประมงพบไข่ขนาดใหญ่ขนาดเท่าลูกมะพร้าว ซึ่งเจ้าของไข่เปิดเผยว่าขณะที่เขาตระเตรียมอวนตาข่ายเพื่อหาปลาได้สังเกต เห็นวัตถุสีขาวลักษณะกลมรีคล้ายไข่ไก่ แต่มีขนาดใหญ่ผิดปกติตั้งอยู่บนพื้นในพงหญ้า จึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆพบว่าลักษณะภายนอกเปลือกแข็งเหมือนไข่ทั่วไป มีสีขาวครีม ส่งกลิ่นคาวซึ่งชาวบ้านบางคนคาดว่าสัตว์ที่เป็นเจ้าของคงจะตัวใหญ่มากและ บริเวณที่พบมีน้ำลึกมาก อาจมีสัตว์น้ำขนาดใหญ่มาอาศัยอยู่ขณะเดียวกันบริเวณนั้นอยู่ห่างจากทะเล ประมาณ 700 เมตรถือว่าไม่ไกลมากนักอาจมีสัตว์บางชนิดขึ้นมาจากทะเลแล้ววางไข่ก็เป็นได้ จึงมีการจุดธูปกราบไหว้บูชาและใช้แป้งโรยไปที่ไข่(หมายถึงไข่ใบที่เก็บมาจาก ทะเล) แล้วใช้มือลูบหวังให้เห็นเลขเด็ด เหตุผลที่ไม่ควรกราบไหว้... นางระวีวรรณ ยิ่งวรรณศิริ หัวหน้าปศุสัตว์ จ.พังงา เปิดเผยว่าไข่ที่พบน่าจะเป็นไข่ของนกกระจอกเทศโดยที่จังหวัดพังงามีฟาร์มนก กระจอกเทศอยู่ 2-3 แห่งลูกจ้างของเจ้าของฟาร์มอาจจะขโมยมาจากที่อื่น แล้วนำมาทิ้งไว้เพื่อจะนำไปปรุงรับประทาน เพราะไข่นกกระจอกเทศนั้นมีราคาแพงมาก ใบละ 100กว่าบาท แต่เพื่อมั่นใจว่าใช่หรือไม่ ใช่ ต้องนำไข่ไปพิสูจน์ในห้องแล็บแต่คงเป็นไปไม่ได้ เพราะจากการสอบถามเจ้าของไข่แล้ว ไม่ยอมให้นำไปพิสูจน์และขณะนี้พบว่าไข่เริ่มมีกลิ่นเหม็นเน่าแล้ว |
9 ต้นหว้า วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ปีนี้ ที่ อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมาชาวบ้านจำนวนมากแห่ไปมุ่งดูและกราบไหว้ต้นหว้าที่มีน้ำไหล ออกมาอย่างขาดสายเจ้าของที่ดินกล่าวว่า ตนเองกำลังจะตัดต้นไม้ต้นดังกล่าวเพื่อต้องการไถดินเพื่อนำนาแต่หลังจากทำ งานมาตลอดทั้งวันจึงได้หยุดพักโดยได้นั่งหลบแดดอยู่ใต้ต้นไม้ดังกล่าวซึ่ง เป็นต้นหว้าแต่เมื่อนั่งไปได้ระยะหนึ่งรู้สึกว่ามีหยดน้ำไหลออกมาจากต้นไม้ ดังกล่าวเป็นจำนวนมากจึงเริ่มเดินตรวจสอบบริเวณต้นไม้จึงพบว่ามีหยดน้ำที่ ไหลลงมาจากต้นไม้และไม่ใช่หยดน้ำที่เกิดจากน้ำค้างอย่างแน่นอนและเมื่อข่าว แพร่สะพรัดออกไปชาวบ้านจำนวนมากต่างพากันมาดูพร้อมกับน้ำภาชนะมารองรับน้ำ เพื่อนำกลับไปดื่มและอาบเพราะเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์อีกทั้งชาวบ้านบาง ส่วนยังเชื่ออีกว่าน้ำที่หยดลงมานั้นเป็นหยดน้ำตาของต้นไม้ที่เสียใจว่าจะ ต้องถูกตัดทิ้งจึงได้ร้องไห้ออกมาอย่างไรก็ตามหลังจากนี้ไปตนเองคงจะไม่กล้า ที่จะตัดต้นไม้ต้นนี้ทิ้งอย่างแน่นอนเนื่องจากชาวบ้านต่างมามุงดูและไม่ยอม ให้ตนเองตัดทิ้ง เหตุผลที่ไม่ควรกราบไหว้... ต้นไม้ดังกล่าวเป็นต้นหว้าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติความสูงประมาณ 15 เมตรมีอายุราว 20 ปี ซึ่งต้นว่าเป็นต้นไม้ที่รับประทานผลได้ส่วนสาเหตุของเรื่องประหลาดที่มีน้ำ หยดลงมานั้นจากการตรวจสอบพบว่าน้ำได้ไหลออกมาจากส่วนใบ ผ.ศ. ยงยุทธ์ จรรยารักษ์กล่าวว่านี่เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดจากปัจจัยต่างๆ ที่เหมาะสม เช่น ความชื้นความกดอากาศ สภาวะแวดล้อม และ กระบวนการหาอาหารของต้นไม้ซึ่งในบางครั้งที่อากาศมีความชื้นสัมพันธ์สูงน้ำ จะระเหยเป็นไอสู่บรรยากาศได้น้อยลง ทำให้การคายน้ำลดลงแต่แรงดันน้ำในต้นพืชยังสูงอยู่จึงสามารถพบหยดน้ำที่ บริเวณกลุ่มรูเปิดที่ผิวใบซึ่งเรียกว่า ไฮดาโทด(hydathode) มักพบอยู่ใกล้ปลายใบหรือขอบใบตรงตำแหน่งของปลายท่อลำเลียงการคายน้ำในลักษณะ นี้เรียกว่า กัตเตชัน (guttation)ทำให้พืชสามารถดูดน้ำทางรากเข้าไปใช้ได้ไม่ได้เกิดจากความเศร้า เสียใจของต้นไม้แต่อย่างใด |
8 ควาย บ่ายวันที่ 23 กันยายน 2550ได้มีชาวบ้านจากทั่วสารทิศในจ.ศรีสะเกษจำนวนมากนำดอกไม้ธูปเทียนมากราบ ไหว้ลูกควายประหลาดมีรูปร่างหน้าตาเหมือนคนถูกจัดวางให้อยู่ในสภาพนอนหงาย แขนขากางออกจากกันลักษณะเหมือนกับท่าทางคนนอนหลับ เจ้าของลูกควายประหลาดเปิดเผยว่า มีควายอยู่ทั้งหมด 9 ตัว โดยแม่ของลูกควายประหลาดนี้เป็นตัวที่5 ได้ตกลูกออกมาเมื่อ มีลักษณะประหลาดท่าทางเหมือนคนทุกอย่าง ตั้งแต่ศีรษะปาก จมูกหู รวมทั้งขาทั้ง 4 ข้าง (เหมือนคนทุกอย่าง???)แต่ไม่มีอวัยวะแสดงลักษณะของเพศผู้หรือเพศเมียและลูก ควายประหลาดได้เสียชีวิตทันทีตั้งแต่แรกตนกับสามีจึงได้นำซากควายประหลาดไป ฝังดินไว้ในนาของตัวเองชาวบ้านบางส่วนได้นำน้ำปะพรมบนซากควายประหลาดและเอา แป้งทาตามร่างของซากลูกควายเพื่อขอหวยตามความเชื่อของตัวเองอย่างคึกคัก พร้อมนำเงินมาทำบุญใส่ในขันเงินและหยอดตู้ไม้ตามแต่ศรัทธา เหตุผลที่ไม่ควรกราบไหว้... หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรมบ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่าอาตมาเห็นว่าการที่ชาวศรีสะเกษพากันแห่ไปกราบไหว้ซากลูกควายประหลาด นี้ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่สามารถจะทำได้แต่ว่าตามหลักธรรมคำสอนของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติไว้ว่าจะต้องให้พุทธศาสนิกชนไปกราบ ไหว้ซากสัตว์แต่อย่างใด |
7 เห็ดเขาเหม็น เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมามีชาวบ้านล่ำลือกันว่าพบเห็ดประหลาดโผล่ขึ้นมามีลักษณะ คล้ายกับหนวดปลาหมึกสูงประมาณ 7-8 นิ้ว โผล่ชูหนวดขึ้นมาประมาณ 8-9หนวดแถมยังมีน้ำคล้ายน้ำเมือก เจ้าของเห็ดกล่าวว่าก่อนหน้านี้ตนก็ได้ฝันเห็นงูสีปีกแมงทับเขียวมรกตขนาด ใหญ่ 3 ตัวในฝันนั้นบอกว่างูทั้ง 3ตัวเป็น**เมียและลูกได้มาเกี้ยวพันกันอยู่ในขื่อภายในบ้านของตนแต่ก็ไม่ ได้ฝันอะไรต่อไปอีกจึงทำให้ตนสงสัยว่าจะเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ หรือไม่เพื่อความสบายใจของประชาชนในละแวกนี้และผู้ที่พบเห็นตนจึงได้นำ ดอกไม้ธูปเทียนมาบูชาเพื่อให้สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเหตุที่ดีแก่ครอบครัว และชุมชน เหตุผลที่ไม่ควรกราบไหว้... เช่นเดียวกับเห็ดมือผีที่โด่งดังเมื่อหลายปีก่อนเห็ดชนิดนี้อยู่ในกลุ่ม ของเห็ดเขาเหม็น (Stink Horn) เห็ดกลุ่มนี้มีลักษณะพิเศษคือจะส่งกลิ่นเหม็นเมื่อดอกเห็ดแก่เพื่อดึงดูด แมลงให้มาตอมซึ่งจะทำให้สปอร์ติดตัวไปกับแมลงเพื่อกระจายพันธุ์ยังที่อื่น ได้เป็นเห็ดที่มีลักษณะแตกต่างไปจากราทั่วไป คือบางชนิดมีรูปร่างคล้ายการพนมมือไหว้ เช่น เห็ดในสกุล Pseudocolusหรือบางชนิดอาจมีลักษณะคล้ายเขาสัตว์ |
6 ปลาจระเข้ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ปีที่แล้วชาวปทุมธานีพบกับปลาประหลาดที่ลำตัวมีเกล็ดสีดำเทาเงา คล้ายเกล็ดงูเห่ามีลิ้น 2 แฉก ลักษณะแฉกมนคล้ายรูปหัวใจ และมีกลิ่นคาวปลาเหม็นแรงกว่าปลาชนิดอื่นๆ มีความแปลกเหมือนมีลักษณะของอวัยวะในส่วนต่างๆของปลา งู จระเข้ รวมกัน ซึ่งเจ้าของปลาดังกล่าว เล่าว่าตนฝันแปลกๆฝันเห็นว่ามีผู้หญิงแก่เดินเข้ามาหาและจับมือตนไว้ จากนั้นเข้ามากอดเมื่อหญิงแก่คนนั้นกอดตนแล้วสภาพร่างกายของหญิงแก่ก็กลาย สภาพเน่าเฟะเหม็นเหมือนศพ จากนั้นตนสะดุ้งตื่น ตอนเช้ามาจึงใส่บาตรทำบุญและจุดธูปไหว้ขอขมา ซึ่งชาวบ้านที่เข้ามาดูต่างพากันมาลูบที่ตัวปลามีบางคนมาขอเกล็ดไปไว้บูชา ที่บ้านบ้าง จุดธูปไหว้บ้างวันนั้นทั้งวันตนไม่เป็นอันขายของเพราะต้องเดินเข้าออกไปมา หยิบปลาประหลาดให้ชาวบ้านที่แห่มาขอดู เหตุผลที่ไม่ควรกราบไหว้... ดร.สมหญิง เปี่ยมสมบูรณ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่าจากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่า ปลาที่พบคือ ปลาจระเข้หรือปลาอัลลิเกเตอร์ การ์ อาศัยอยู่มากในแถบรัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกาสำหรับปลาชนิดนี้เป็นปลาที่กินเนื้อเป็นอาหารโดยส่วนมาก ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย เพื่อเลี้ยงเป็นปลาสวยงามและเลี้ยงไว้ในบ่อตกปลาปลาในข่าวอาจจะมีผู้นำมา เลี้ยงเมื่อเกิดเบื่อก็นำมาปล่อยทิ้งหรืออาจจะหลุดออกมาในช่วงน้ำท่วม ซึ่งในปีพ.ศ.2545ทางกรมประมงประกาศห้ามนำเข้าปลาจระเข้ เนื่องจากเป็นปลากินเนื้ออาจทำลายระบบนิเวศของแหล่งน้ำ ด้วยการกินปลาพื้นเมืองที่มีขนาดเล็กกว่าจนทำให้ระบบนิเวศเกิดความเสียหาย หรือปลาอาจสูญพันธุ์ได้ |
5 ต้นบุก ในวันที่ 24 เมษายน 2550 ชาวบ้านเมืองพิจิตร ต่างมาชุมนุมกันหลังทราบข่าวว่าที่บ้านหลังดังกล่าวมีต้นไม้ประหลาดผุดขึ้น มาจากพื้นดินมีลักษณะคล้ายพานพุ่มที่จัดวางบนโต๊ะหมู่บูชา โดยต้นไม้ดังกล่าวสูงประมาณ25 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 เซนติเมตรซึ่งหากมองจากทางด้านข้างจะเห็นคล้ายพานพุ่มแต่ถ้ามองจากด้านบนจะ คล้ายใบโพธิ์เรียงล้อมรอบ ชาวบ้านที่เดินทางมาดูต้นไม้ประหลาดดังกล่าวต่างพากันจุดธูปเทียนกราบไหว้ พร้อมทั้งบนบานขอให้มีโชคลาภเพราะลือกันว่าในงวดที่ผ่านมามีผู้ถูกรางวัลเลข ท้ายสองตัวจากจำนวนก้านธูปที่คนนำมากราบไหว้กัน เหตุผลที่ไม่ควรกราบไหว้... มันคือต้นบุก ซึ่งอยู่ในวงศ์เดียวกับต้นบอน (Araceae) เป็นไม้ล้มลุก ลำต้นอวบไม่มีแก่น สูง 3-6 ฟุต มีดอกสีม่วงเหมือนดอกหน้าวัว เป็นพืชท้องถิ่นของประเทศญี่ปุ่น จีน ไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดจีน ในประเทศไทย คนไทยใช้เป็นอาหารกันมาช้านานแล้ว โดยใช้ต้นใบ และหัวบุกมาทำขนม เช่น ขนมบุกแกงบวชมันบุก แกงอีสาน (แกงลาว) ซึ่งการนำบุกมาทำอาหารจะแตกต่างกันในแต่ละภาค นอกจากประโยชน์ดังกล่าวแล้วบุกใช้เป็นไม้ประดับที่สวยงามโดยนักจัดสวนนิยมนำ มาประดับตามใต้ร่มเงาของไม้ยืนต้นที่มีป่าโปร่งหรือจะนำมาใส่กระถางเป็นไม้ ประดับ |
4 จิ้งจก ในเวลาราวๆ ตีสาม เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมาซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชาที่บ้านหลังหนึ่งใน อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเจ้าของบ้านตื่นขึ้นมากลางดึกและจิ้งจกสีแดงตัวหนึ่ง เกาะอยู่ในมุ้งซึ่งตอนแรกเจ้าของบ้านก็ไม่ได้สนใจอะไรและนอนหลับไปจนกระทั่ง เช้าจิ้งจกสีแดงก็ยังเกาะอยู่ที่เดิมจึงอธิษฐานจิตบอกจิ้งจกตัวนั้นว่า "อยากอยู่ด้วยกันก็ได้"พร้อมทั้งยกมือไหว้แล้วเอื้อมมือไปจับจิ้งจกได้อย่าง ง่ายดายโดยมันไม่ได้คลานหลบหนีไปไหน และได้ไปนำเอาตู้ปลามาใส่เลี้ยงไว้พร้อมตั้งชื่อเจ้าจิ้งจกสีแดงว่า "ถุงเงินถุงทอง"โดยจิ้งจกตัวดังกล่าวมีสีแดงทั้งตัว ขนาดความยาวประมาณ 10 เซนติเมตรนอกจากนี้นิ้วเท้าทั้ง 4 ข้าง ยังแปลกประหลาดกว่าจิ้งจกทั่วไปซึ่งปกติจะมีนิ้วข้างละ 4 นิ้ว แต่จิ้งจกสีแดงดังกลาวมีนิ้วข้างละ 5 นิ้วเจ้าของบ้านจับใส่ไว้ในตู้ปลามีมุ้งลวดปิดคลุมไว้ซึ่งบริเวณแผ่นกระจก ด้านนอกตู้ ได้มีชาวบ้านนำแผ่นทองคำเปลวมาปิดไว้บางรายนำผ้าแพร 3 สี และพวงมาลัยมาผูกไว้ที่หน้าตู้ประชาชนที่เดินทางไปดูจิ้งจกสีแดงต่างแสดง ความตื่นเต้นประหลาดใจบางคนก็พูดว่าเป็นมันเป็นจิ้งจก นปช. เหตุผลที่ไม่ควรกราบไหว้... นายอรรถกร สุขทวี ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ปีกและสัตว์เลื้อยคลาน สวนสัตว์ดุสิตกล่าวว่ายังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าจิ้งจกดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ อะไรเนื่องจากยังไม่เห็นตัวจริง แต่เบื้องต้นจากลักษณะที่บอกคาดว่าอาจเป็นจิ้งจกสายพันธุ์ต่างประเทศที่มี ผู้นำเข้ามาเลี้ยงแต่ยังไม่สามารถระบุชื่อพันธุ์ได้ชัดๆ เพราะไม่มีในเมืองไทย ทั้งนี้ปัจจุบันมีผู้นิยมนำสัตว์เลื้อยคลานจากต่างประเทศเข้ามาเลี้ยงเป็น จำนวนมาก- อย่างไรก็ดีทางผู้ชื่นชอบสัตว์เลื้อยคลานจากเว็บ siamreptileเชื่อว่าเป็นจิ้งจกบ้านหางอ้วนตัวเมียที่ตกถังสีมาและยังกล่าว ไว้ว่าจิ้งจกดังกล่าวนั้นมี 5นิ้วอยู่แล้วไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด |
3 เสาอาคาร เรื่องเล่ามีอยู่ว่า มีคนงานสาวชาวพม่าตกลงไปในแบบหล่อเสา ขนาดใหญ่แต่เพื่อนคนงานไม่รู้เลยเทปูนซีเมนต์ทับลงไป ทำให้ฝังร่างเหยื่อทั้งเป็นมารู้อีกครั้งก็ตอนแกะแบบเหล็กออกไปแล้วจึงเห็น เป็นรูปตัวคนปรากฏอยู่ในเสาวิศวกรคุมงานสั่งให้คนงานช่วยกันกะเทาะคอนกรีต เพื่อนำศพออกมาแต่เนื่องจากคอนกรีตหล่อเสาดังกล่าวมีความแข็งมากจึงนำศพออก มาได้เพียงบางส่วนจากนั้นวิศวกรจึงสั่งให้อัดซีเมนต์เข้าไปในรอยกะเทาะดัง เดิมและฉาบปูนปิดทับแต่ก็ยังคงปรากฏเป็นรอยปะอยู่ที่เสาสองรอยซึ่งบริเวณตรง กลางเสาต้นดังกล่าวมีร่องรอยการฉาบปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ปิดทับอยู่ 2 จุดลักษณะคล้ายถูกเจาะเนื้อปูนเดิมออกแล้วมีการฉาบปูนใหม่ปิดทับผิดกับเสา ต้นอื่นที่จะมีลักษณะของเนื้อปูนที่ราบเรียบสม่ำเสมอเป็นเนื้อเดียวกัน โดยบริเวณรอยฉาบปูนมีคราบแป้งคล้ายมีคนมาถูหาตัวเลขและมีแผ่นทองคำเปลวมาติด ที่ต้นเสาเพื่อขอหวยนอกจากนี้ยังมีผู้นำสายสร้อยลูกปัดมาแขวนไว้คล้ายเป็น เครื่องเซ่นไหว้สักการะ ทางรายการเรื่องจริงผ่านจอได้ติดต่อไปทางวิศวกรผู้สร้างอาคารดังกล่าวและ ได้คำอธิบายว่าโครงสร้างของเสาที่อาคารหลังนั้นเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริม เหล็กเป็นเสาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 60 เซนติเมตรซึ่งภายในเสาจะเสริมด้วยเหล็กเสริมขนาด 28 มิลลิเมตรมัดรวมกัน จำนวน 60เส้น ซึ่งรอยปูนนั้นเกิดจากการไหลเวียนขอวงน้ำปูนขณะเทคอนกรีดบางช่วงน้ำปูนไหล ไม่สะดวกซึ่งเกิดจาการติดเหล็กเส้นจำนวนมากทำให้เกิดรอยดังกล่าว และในขณะทำการหล่อเสานั้นจะมีการตรวจสอบที่ละเอียดอย่างต่อเนื่องทั้งก่อน การเทคอนกรีต ขณะเทคอนกรีต และหลังการเทคอนกรีตถ้ามีสิ่งแปลกปลอมใดๆเช่นเศษลวดหรือเศษไม้ทางผู้ตรวจสอบ จะไม่อนุมัติให้เทปูนจึงยากที่จะมีวัสดุแปลกปลอมหลุดเข้าไปได้ นอกจากนี้แล้วจำนวนเหล็กเสริมที่ผูกเรียงกันข้างในนั้นทำให้มีพื้นที่ภายใน เสาเพียง 35เซนติเมตร ซึ่งแคบกว่าคนจะเข้าไปได้นอกจากนี้แล้วอาจารย์ภาควิศวกรรมโยธาแห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้นำเอาเครื่อง Ultra Sonic ไปตรวจสอบ และไม่พบว่ามีสิ่งแปลกปลอมใดๆอยู่ในเสาต้นนั้นอย่างที่ข่าวลือกล่าวไว้เลย |
2 แผ่นเจลลดไข้ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2549 เกิดพายุฝนตกฟ้าคะนองอย่างรุนแรงที่อำเภอลานสักจังหวัดอุทัยทานี และปรากฎวัตถุเรืองแสงคล้ายผีพุ่งไต้หล่นลงมาจากฟากฟ้าเมื่อพายุสงบลงเจ้า ของบ้านหลังหนึ่งได้พบสิ่งมีชีวิตประหลาดมีลักษณะคล้ายตัวหนอนเป็นปล้อง สีขาวเป็นวุ้น ข้างในลำตัวมีลักษณะสีขาวขุ่นคล้ายเป็นแกนน้ำแข็ง มีจุดเล็ก ๆ 2 จุดคล้ายตาและมีติ่งยื่นออกมาคล้ายใบหูมีขนาดเท่าฝ่ามือ ซึ่งพอจับจะหดตัว แต่พอใส่ในขวดโหลตัวจะพองใหญ่ขึ้นเจ้าของบ้านหลังนั้นจึงนำธูป หมากพลูและดอกไม้มาบูชาเชื่อว่าหากใครมีในครอบครอง 7 อัน (เช่นเดียวกับดราก้อนบอล)จะทำให้เจริญรุ่งเรือง สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้มากไปกว่านั้นยังนำเอาเนื้อเยื่อที่หลุดลุ่ยไป คลุกเคล้ากับข้าวกินกันในครอบครัวอีกด้วย ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีประชาชนเดินทางไปดูเป็นจำนวนมากทั้งนี้ชาวบ้าน เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ฟ้าประทานมาให้ก่อนจะลงมือจุดธูปเทียนขอเลขเด็ดไปเเทง หวย เลขที่ได้รับความสนใจคือ 115เเละ 17 โดยตัวเเรกเป็นเลขที่บ้าน ส่วน 17เป็นจำนวนปล่องที่นับได้จากตัวหนอน จากข้อมูลที่ได้มาตามเว็บบอร์ดต่างๆว่าแท้จริงแล้วหนอนที่ตกมาจากฟ้านั้น นั้นเป็นเพียงเจลลดไข้ที่อมน้ำไว้ดร.นำชัย ชีววิวรรธน์ นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์พันธุวิศวกรรมฯจึงได้ทดสอบนำหนอนประหลาดที่ส่งมาจาก ชาวบ้านมาเปรียบเทียบกับแผ่นเจลลดไข้ที่แช่น้ำไว้ พบว่าวัตถุทั้ง 2 ชิ้นมีลักษณะเหมือนกันทุกประการและหลังจากข่าวได้เผยแพร่ออกไปแผ่นเจลลดไข้ ก็ถึงกับขาดตลาดเนื่องจากผู้คนแห่กันไปซื้อมาเล่นโดยมีการนำเอาเอาแผ่นเจลมา ย้อมสีและทำการตกแต่งประดับไปด้วยวัสดุต่างๆเป็นที่สนุกสนานกัน |
1 น้ำท่อส้วม เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2550 ชาวบ้าน อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่และหมู่บ้านใกล้เคียงนับพันคนแห่มาดูสิ่งประหลาดในรั้วของบ้าน หลังหนึ่งที่มีน้ำผุดขึ้นจากดินไหลนองไปทั่วบริเวณ โดยชาวบ้านเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานมา ให้กับประชาชนที่ยากจนได้ใช้น้ำดังกล่าวไปรักษาโรคภัยไข้เจ็บ และเป็นสิริมงคล เจ้าของพื้นที่ที่น้ำผุดขึ้นมา กล่าวว่าเห็นสนามหน้าบ้านผิดสังเกตตั้งแต่ในช่วงเช้าเมื่อตรวจสอบพบว่ามีน้ำ ซึมออกมาจากดิน เมื่อลองเอานิ้วเขี่ยดูน้ำยิ่งออกมากขึ้น จึงได้บอกให้ชาวบ้านมาดู ซึ่งคืนก่อนเกิดเหตุตนได้ฝันเห็นยายซึ่งเสียชีวิตไปแล้วมาเข้าฝันบอกว่าไม่ สบายอยากได้ยาพาราเซตามอล เมื่อตนเดินไปหยิบยามาให้ยายก็หายไปแล้วยายอาจมาเข้าฝันบอกเรื่องยารักษาโรค ในขณะตอนเช้าน้ำก็ผุดขึ้นมาทำให้นึกถึงฝันดังกล่าวและเชื่อว่าเป็นยารักษา โรคจึงได้เอาธูปเทียนดอกไม้มาบูชา และขอน้ำไปเก็บไว้เพราะเชื่อว่ารักษาโรคได้ชาวบ้านบางคนกล่าวว่าเข้าคิวรอ ตักน้ำตั้งแต่ทราบข่าวในตอนเช้ากว่าจะได้ตักน้ำก็เกือบเที่ยงโดยนำธูป เทียน-เงินถวายจำนวน 20 บาท วางใส่ในถาดดอกไม้คงเป็นบุญของชาวบ้านที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เห็นใจชาวบ้านที่ อยู่ในสภาวะข้าวยากหมากแพง จึงประทานน้ำศักดิ์สิทธิ์มาให้รักษาโรคคนยากคนจนโดยชาวบ้านต่างรุมล้อมเพื่อ ขอตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปบ้านในขณะที่น้ำใต้ดินก็ผุดขึ้นมาตลอดเวลาชาวบ้านที่ นั่งรอน้ำผุดขึ้นมามีทั้งน้ำและฟองอากาศเมื่อชาวบ้านร้องขอให้แสดง ปาฏิหาริย์ให้ผุดฟองอากาศบ่อน้ำขนาดเล็กก็สำแดงให้เห็นทันที เมื่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุเพื่อเก็บตัวอย่างน้ำ ในขณะที่จะเข้าไปตักน้ำปรากฏว่าน้ำที่ไหลออกมาอย่างรุนแรงหยุดทันทีและยุบ ตัวจนพื้นดินแห้งซึ่งหลังจากนั้นประมาณ 20 นาที น้ำก็ผุดขึ้นมาอีกทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าแพทย์ที่ไปเก็บตัวอย่างน้ำสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ไม่พอใจเมื่อไหลออกมาอีก นายสุรินทร์ นิภาโยธิน กำนันตำบลแม่จั๊วะได้นำลูกบ้านขุดหาที่มาของน้ำศักดิ์สิทธิ์ดังกล่าวก็พบท่อ เก่าเป็นท่อพีวีซีขนาด 6 หุน ซึ่งมีน้ำไหลออกมาเมื่อขุดตรวจสอบไปอีกจึงพบว่าเป็นท่อจากส้วมเก่าบ้านติด กันห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 4เมตรเท่านั้น ซึ่งกำลังมีการสร้างส้วมและกำลังทำการเปลี่ยนปั๊มน้ำเพื่อสูบน้ำเข้าไปใน ส้วมเมื่อชาวบ้านทราบว่าน้ำดังกล่าวมาจากท่อในส้วมเก่าหลายคนที่ดื่มน้ำ ศักดิ์สิทธิ์เข้าไปแล้วถึงกับอาเจียนออกมาทันที |
มาดูปลาทะเลน้ำลึกกัน
ลำตัวสีขาวซีด บริเวณจงอยปากมีสีดำ ส่วนหางขมวดเรียวเล็กแหลมคล้ายปลายก้นหอยทากทะเล
-------------------------------------------------------------------------
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Stauroteuthis Syrtensis
แหล่งที่พบ : Eastern USA, North Atlantic Ocean
ระดับความลึก : +500 ถึง +4000 เมตร (เขตชุกชุม +1500 ถึง +2500 เมตร)
ขนาด : มากกว่า 50 เซนติเมตร
ข้อสังเกต : ขณะว่ายน้ำขยายพองลำตัวบาน คล้ายกางร่มออก ปุ่มดูด (Sucker)
ที่อยู่ตามแนวเส้นเล็ก ชันตั้งขึ้นเหมือนหัวลูกศร เหนือผิวแนวเส้นแขน (หนวด)
บางครั้งชักหดกลับเข้าไป เป็นการแสดงอาการตกใจ ด้วยการเปล่งแสงสีแดง
จากลักษณะของ ชีวเปล่งแสง (Bioluminescent) และเป็นสัตว์มีเพศผู้-เพศเมีย
ชื่อสามัญ : Binocular fish (ปลากล้องสองตา) หรือ Spook fish (ปลาผี)
----------------------------------------------------------------------------------
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Winteria telescopa
แหล่งที่พบ : Eastern Atlantic: Gulf of Guinea, Western Pacific: Japan,
Australia,New Zealand, Tropical Indian Ocean
ระดับความลึก : +400 ถึง +2500 เมตร (เขตชุกชุม +500 ถึง +700 เมตร)
ขนาด : 15-20 เซนติเมตร
ข้อสังเกต : ลำตัวสีน้ำเงินเข้ม โดยสะท้อนแสงเป็นสีเงิน เคยสำรวจพบครั้งแรก
วัดขนาดดวงตาได้กว้างถึง 9.1 เซนติเมตร ลักษณะ เหมือนกล้องส่องทางไกล
แบบ Binocular (กล้องสองตา)
-------------------------------------------------------------------
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Marrus orthocanna
แหล่งที่พบ :
ระดับความลึก : +400 ถึง +3000 เมตร
ขนาด : 40 เซนติเมตร
ข้อสังเกต : Siphonophores เป็นกลุ่มสัตว์ ปะการังและแมงกระพรุน (ไม่มีกระ-
ดูกสันหลัง) มีรวมกว่า 170 สายพันธ์ เคยสำรวจพบความยาวถึง 40 เมตร แต่เล็ก
เรียวบาง ทั้งหมดมีลักษณะเหมือนวุ้น (Gelatinous material)
ในทะเลลึก มักมีสีส้มดำเข้ม มีความอ่อนแอ แตกหักง่าย และโปร่งแสงมองเห็น
ภายในได้ ถือว่าเป็น Bioluminescent (ชีวเปล่งแสง) โดยเมื่อถูกรบกวนจะเปล่ง
แสงสีเขียวและน้ำเงิน แหล่งอยู่อาศัยบริเวณผิวทะเลลึกที่สงบนิ่ง คอยใช้หนวด
จับสัตว์น้ำขนาดเล็กกินเป็นอาหา
--------------------------------------------------------
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Munnopsis
แหล่งที่พบ : North Atlantic Ocean
ระดับความลึก : +900 ถึง +3000 เมตร
ขนาด : ลำตัว 1-2 เซนติเมตร หนวดยาว 15 เซนติเมตร
ข้อสังเกต : สิ่งมีชีวิตบนพื้นดินก้าวขา บนพื้นดินไปแบบ 2 มิติ เพื่อเปิดอากาศ
แต่การเดินท่ามกลางน้ำรอบทิศ เป็นการก้าวขาแบบ 3 มิติ เพื่อเป็นการเปิดน้ำ
จึงเป็นกลไกที่ยากมาก ต่อการเดินท่ามกลางน้ำ (ซึ่งไม่ใช่การว่าย) โดยเฉพาะ
แมงมุมทะเลลึก ที่มีขายาวกว่าตัว 10-15 เท่า
--------------------------------------------------------------------
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Himantolophidae
แหล่งที่พบ : Atlantic, Indian, Pacific Ocean
ระดับความลึก : +1000 ถึง +4000 เมตร
ขนาด : 45 เซนติเมตรขึ้นไป สำหรับเพศเมีย
ข้อสังเกต : ลักษณะรูปร่าง ตัวทรงกลมเพศเมีย อาจมีขนาดถึง 2 ฟุต ส่วนเพศผู้
มีสัดส่วนเฉลี่ยเล็กกว่าเล็กน้อย เพศเมียโตเต็มวัย ส่วนหัวจะมีระยางค์งอกยื่น
ออกมา โดยส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อซึ่งมีลักษณะเป็นวุ้น ส่วนปลายเป็นลูกกลมและ
จากลูกกลมจะเป็นกระดูก (ก้าง) ที่แข็งแรง เป็นหนามแหลมๆ ต่อออกไปอีก
ส่วนเพศผู้จะไม่มีลักษณะดังกล่าว ส่วนปากของเพศเมียจะกว้างใหญ่ และมุมปาก
เฉียงเฉ โดยทั้งสองเพศมีสีเหมือนกันคือน้ำตาลแดง ตลอดชีวิต
--------------------------
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ :
แหล่งที่พบ :
ระดับความลึก : +1200 ถึง +1800 เมตร
ขนาด : 3-25 เซนติเมตร
แต่ก็สวยดีเนาะ
---------------------------------------------------
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Tiburonia granrojo
แหล่งที่พบ : Pacific Ocean off California, Hawaiian Islands and, Gulf of
California
ระดับความลึก : +650 ถึง +1500 เมตร
ขนาด : 1 เมตร
ข้อสังเกต : เป็นประเภทแมงกระพรุน สามารถขยายตัวได้กว่า 1 เมตร โดยแท้
จริงมิใช่แมงกระพรุนพันธ์ใหม่ แต่แตกต่างเพราะได้กำหนด ตระกูลย่อยใหม่
(New subfamily) ด้วยลักษณะพิเศษ ขนาดใหญ่ มีสีแดง และไม่มีหนวดเหมือน
แมงกระพรุนทั่วไปที่เคยพบ โดยใช้แขน (4-6 ชุด) ไว้คอยจับเหยื่อเป็นอาหาร
-------------------------------------------------------
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Grimpoteuthis
แหล่งที่พบ :
ระดับความลึก : +300 ถึง +500 เมตร
ขนาด : 1.5 เมตร
ข้อสังเกต : มีหูยื่นใหญ่ออกมาจากหัว เหมือนตัวการ์ตูนของ Walt Disney's ชื่อ
Dumbo (ช้าง) และมีความสามารถเปลี่ยนสี ชั้นใต้ผิวให้เป็นสีแดงได้ เพราะผิว
โปร่งแสง
-----------------------------------------------------------------------
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Amphitretus pelagicus
แหล่งที่พบ : เขตร้อน เช่น Indian, Pacific Oceans
ระดับความลึก : +100 ถึง +2000 เมตร
ขนาด : 30 เซนติเมตร
ข้อสังเกต : ลำตัวใส มองเห็นภายใน มีแขน (หนวด) 8 เส้น ดวงตาตาคล้ายหลอด
ท่อโผล่ออกมา ดูเสมือนคล้ายกำลังส่องกล้องทางไกล และกลอกกลิ้งไปมาได้
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2554
ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง
ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง (อังกฤษ: LaFlora, the Princess Academy) เป็นหนังสือการ์ตูนที่แทรกเรื่องราวเกี่ยวกับอารยธรรมและวัฒนธรรมนานาชาติ มี 3 ชุด คือ "ลา ฟลอร่า" ภาคปกติ , "ลา ฟลอร่า ภาค ประเทศฉันสุดยอด" และ "ลา ฟลอร่า บอร์ดเกม" โดยในแต่ละเล่มจะมีเนื้อหาและตัวละครที่ต่างกัน[1][2] จากความนิยมอย่างแพร่หลาย และความโดดเด่นของตัวละคร ส่งผลให้ทางผู้ผลิตได้จัดทำในรูปแบบของเกมกระดานในเวลาต่อมา[3]
เนื้อหา[ซ่อน] |
[แก้]เนื้อเรื่องย่อ
ทิวา เด็กหญิงชาวไทยผู้ห่างไกลความเป็นกุลสตรี ได้รับคำเชิญให้ไปเรียนที่สถาบันสตรี ลา ฟลอร่า ที่ตั้งอยู่ใบนเกาะลึกลับในทะเลเมดิเตอเรเนียนทิวาจำใจรับคำเชิญและเดินทางไปเรียน เพราะทิวาต้องการไปสืบหาข่าวของแม่ที่ได้หายสาปสูญไป[4] ที่โรงเรียน ทิวาได้พบเรื่องวุ่นวายและอุปสรรคมากมาย และได้พบมิตรภาพจากเพื่อนๆในโรงเรียน[5]
[แก้]ตัวละคร
[แก้]ตัวละครหลัก
ทิวา พุดพิชญา
- สาวไทยผู้ห่างไกลจากคำว่าเจ้าหญิง เธอมาตามหาแม่ ที่ได้รับเบาะแสว่าอยู่ใน ลา ฟลอร่า พร้อมด้วยเจ้านิล แมวไทยคู่หู[6] ข้อมูลส่วนตัว สูง 142 เซนติเมตร สัญชาติไทย กรุ๊ปเลือด O [7]
หยาง เหมยฮัว
- สาวจีนที่มีวิชากังฟูติดตัว[8] มีนิสัยตรงไปตรงมา เป็นทายาทภัตตาคารจีนแห่งตระกูลหยาง เข้าขาได้ดีกับทิวา ถ้าพบเพื่อนถูกรังแกจะเข้าไปช่วยทันที เวลาพูดคุยกับเพื่อนมักลงท้ายด้วยคำว่า "น่อ" ข้อมูลส่วนตัว สูง 146 เซนติเมตร สัญชาติจีน กรุ๊ปเลือด B [9]
ฟูจิวาระ ยูริ
- สาวญี่ปุ่นจอมซุ่มซ่าม มีพ่อเป็น ยากูซ่า เป็นคนขี้กลัว แต่พยายามที่จะเข้มแข็งเหมือนพ่อ[10] เวลาพูดคุยกับเพื่อนมักลงท้ายด้วยคำว่า "เจ้าค่ะ" ข้อมูลส่วนตัว สูง 144 เซนติเมตร สัญชาติญี่ปุ่น กรุ๊ปเลือด O [9]
โรซารี่ เกรย์
- สาวอังกฤษมาดเท่ในชุดพั้งก์ เป็นอัจฉริยะทางวิทยาศาสตร์ เรียนเก่ง แต่ก็ชอบของน่ารักๆ[11] ข้อมูลส่วนตัว สูง 155 เซนติเมตร สัญชาติอังกฤษ กรุ๊ปเลือด AB [9]
นาซิสซ่า เลเฟบเวร์
- สาวฝรั่งเศสผู้ชัดเจนในตัวตนแห่งความเป็นเจ้าหญิง จึงไม่ชอบทิวา แม้ภายหลังจะยอมรับมิตรภาพที่ทิวาและเพื่อนๆหยิบยื่นให้ แต่ก็ยังกลายเป็นศัตรูของพวกทิวาอยู่ดี เวลามีคนมีเล่านิทานให้นาซิสซ่าฟัง นาซิสซ่าก็จะเกิดอาการอยากนอนทันที ข้อมูลส่วนตัว สูง 152 เซนติเมตร สัญชาติฝรั่งเศส[12] กรุ๊ปเลือด A [9]
[แก้]ตัวละครสมทบ
ไอริณ พุดพิชญา
- เป็นแม่ของทิวา เป็นเพื่อนของพ่อมาริโอน่า เป็นนักล่าสมบัติ ซึ่งเป็นฝาแฝดกับแอริณ เป็นคนที่องค์กรฟักทองทมิฬต้องการตัว เพื่อหาภาพเขียนลับของลา ฟลอร่า เนื่องจากเธอเป็นผู้รักษาภาพเขียนลับในลา ฟลอร่า และในภายหลัง เธอก็เข้ามาเป็นครูกิจกรรมพิเศษ ในลา ฟลอร่าอีกด้วย
ศิลา พุดพิชญา
- เป็นพ่อของทิวา เป็นหมอที่รักษาได้ทุกโรค เป็นคนต้นคิดให้ทิวาไปเรียน ลา ฟลอร่า เพื่อตามหาเบาะแสของแม่
คาร่า เลเฟบเวร์
- เป็นแม่ของนาซิสซ่า เป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส เป็นศิษย์เก่าลา ฟลอร่า และเป็นลูกศิษย์ของครูมารี กีมาร์
- ครูมารี กีมาร์
- ครูประจำคลาสพริ้นเซส ห้อง E เจ้าระเบียบ เป็นคนยึดมั่นในกรอบ และกฎระเบียบของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด
- ครูโลลิต้า แฟชั่น
- ครูประจำคลาสพริ้นเซส ห้อง B ชอบโพสท่าเหมือนนางแบบและแต่งตัวตามแฟชั่นอยู่เสมอ
- ครูวินเซนต์ วิลเลี่ยม
- คุณครูหนุ่มหน้าตาดี ประจำคลาสพริ้นเซส ห้อง A ประจำวิชาศิลปะ และมีหน้าที่เป็นพิธีกรประจำโรงเรียน
- ครูฌาแนตต์ ไวท์
- ครูสอนวิชาพละประจำคลาสพริ้นเซส ห้อง C ที่มีร่างกายเป็นผู้ชาย แต่จิตใจเป็นผู้หญิง และชอบนักเรียนหญิงอยู่หลายคน มีพลังปราณที่ฝ่ามือในระดับดีเยี่ยม
ครูฮีโร่โดตุส
- ครูสอนวิชาประวัติศาสตร์ เป็นทายาทอันดับที่ 27 ของ"เฮโรโดตุส" นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก
ผอ.ไนติงเกล
- ผอ.โรงเรียนลาฟลอร่ารุ่นที่ 49 มักจะไม่ค่อยอยู่โรงเรียนเท่าใดนัก ถึงแม้จะอายุมากแล้ว ก็ชอบแต่งตัวเป็นวัยรุ่นเสมอ เป็นคนที่รู้เบาะแสของแม่ทิวามากที่สุด
คิคุโยะ
- ตุ๊กตาฮินะ เพื่อนสมัยเด็กของยูริ[13] ซึ่งเธอทำมาจากผมคนจริงๆ ในความเชื่อของญี่ปุ่น หากตุ๊กตาฮินะทำมาจากผมคนจริงๆ ตุ๊กตาตัวนั้นจะมีชีวิตขึ้นมา ถึงจะน่ากลัวแต่ก็มีนิสัยแอบจิตชอบจินตนาการลามกๆเกี่ยวกับตัวยูริอยู่เนืองๆ
เอสเมอรันด้า ตาปัสด้า
- นักเรียนจากสเปน คลาสพริ้นเซสห้องห้อง A ลูกของพ่อครัวประจำราชวงศ์สเปน เชี่ยวชาญในการทำขนมหวานมาก เป็นคู่ปรับโดยตรงของนาซิสซ่า[14] มีนิสัยประหลาดตรงที่เวลาควบคุมตัวเองไม่ได้ (โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนาซิสซ่า)มักจะเอาแป้งทำขนมมาตีเล่นอยู่เสมอ กลัวกระทิงเป็นอย่างมาก เป็นตัวละครที่ได้รับการออกแบบโดย กาญจนศิริ ธรรมดุษฎี1
มาริโอน่า รินโอรีน
- นักเรียนจากอิตาลี คลาสพริ้นเซสห้อง C แม้จะไม่มีแขนขวาและตาข้างซ้ายก็ตาม แต่เธอก็เป็นถึงทายาทของมาเฟียในอิตาลี[15] มีความภาคภูมิใจในตัวเองสูงแม้จะเป็นคนพิการ และยังหยิ่งในศักดิ์ศรีของตนเองเป็นอย่างมาก ถึงขนาดยอมถอดแขนเทียมของตัวเองออกเพื่อช่วยเพื่อนในยามคับขันได้ เป็นตัวละครที่ได้รับการออกแบบโดย กรวิกา อุดมชัยรัตน์1
มีนา อรันตี
- นักเรียนจากเนปาล คลาสพริ้นเซสห้อง D ชอบการผจญภัยและหาสมบัติเป็นอย่างมาก พกแส้ติดตัวไว้ตลอด มักโดนหาว่าเป็นจอมเพี้ยน เป็นตัวละครที่ได้รับการออกแบบโดย บุษรินทร์ ชินวัง[16]
คิม กียุล
- คิม กียุล (เกาหลี: 김기율) นักเรียนชายจากเกาหลี อยู่โรงเรียนเจ้าชายโนอาห์ คลาสพริ้นซ์ห้อง A เป็นคนจริงจัง เคร่งขรึม ยิ้มยาก ในตอนแรก จะรู้สึกว่าเป็นคนหยิ่งเห็นแก่ตัว แต่จริงๆแล้วเป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือ[17] แต่ติดตรงพูดไม่ค่อยเก่ง เป็นหนึ่งในราชาทั้ง 5 และเป็นประธานนักเรียน
คริสโตเฟอร์ ริชาร์ด
- นักเรียนชายจากอเมริกา อยู่โรงเรียนเจ้าชายโนอาห์ คลาสพริ้นซ์ห้อง A เป็นพวกชอบฮีโร่[9] จึงชอบทำตัวเหมือนพวกฮีโร่มาก ดูเหมือนไม่จริงจังกับชีวิต แต่จริงๆ แล้ว เขามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่คือการทำให้โลกเกิดสันติสุขให้ได้ เป็นหนึ่งในราชาทั้ง 5
ลีโอนาร์โด ดันเต้
- นักเรียนชายจากอิตาลี อยู่โรงเรียนเจ้าชายโนอาห์ คลาสพริ้นซ์ห้อง A เป็นพวกชอบยูเอฟโอกับมนุษย์ต่างดาวมาก[9] เพราะคิดว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เป็นหนึ่งในราชาทั้ง 5
ฮอรัส ปโตเลมี
- นักเรียนชายจากอียิปต์ อยู่โรงเรียนเจ้าชายโนอาห์ คลาสพริ้นซ์ห้อง A เป็นคนสุขุม เรียบร้อย เป็นผู้ใหญ่เกินตัว มีความประณีต ละเอียดอ่อนในการตัดเย็บผ้า[9] ซึ่งตระกูลของฮอรัสทำอาชีพนี่มากว่า 2,000 ปี เป็นหนึ่งในราชาทั้ง 5
อเล็กเซ คอนสแตนติน
- นักเรียนชายจากรัสเซีย อยู่โรงเรียนเจ้าชายโนอาห์ คลาสพริ้นซ์ห้อง A ชอบทำตัวลึกลับ หน้าตารูปร่างจะคล้ายกับผู้หญิง[9] ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุดจนต้องหาผ้ามาคลุมปิดบังเอาไว้ แต่หากเสียใจหรือน้อยใจเพียงเล็กน้อย ก็จะขี้แยไม่ต่างจากเด็กผู้หญิง เป็นหนึ่งในราชาทั้ง 5
เพลโต
- นักเรียนชายจากกรีซ อยู่โรงเรียนเจ้าชายโนอาห์ เป็นนักเล่านิทาน เวลาเล่านิทานสามารถเปลี่ยนหน้าและบุคลิกให้เป็นตัวละครนั้นๆได้ ปรากฏตัวในลา ฟลอร่าฮันนี่แรลลี่ โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน มหัศจรรย์แรลลี่นิทานรอบโลก
อินทิรา ศากยะ
- นักเรียนจากอินเดีย ห้อง A เป็นประธานนักเรียนของคลาสพริ้นเซส เป็นคนเข้มงวดในกฎระเบียบของโรงเรียน เกลียดการแบ่งชั้นวรรณะในอินเดีย อนาคตของเธอคือเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงของอินเดีย
พี่น้องอันโตนิโอ
- ลูกน้องของมาริโอน่าซึ่งคอยอารักขามาริโอน่าทุกฝีก้าว ปลอมตัวเข้ามาในลาฟลอร่าและดูเหมือนจะมีมาริโอน่าคนเดียวที่ไม่รู้ตัว
อาเดรียน่า เด คาซซิอา แซมไปโอ
- นักเรียนจากบราซิล ห้อง A เป็นแชมป์คาโปเอร่า[18] เป็นคนขี้อาย ซึ่งสิ่งที่เธอต้องการคือตราประจำตระกูลหยางของเหมยฮัว เพราะจะได้ไปศึกษาศิลปะป้องกันตัวจากปรมาจารย์สาขาต่างๆ ทั่วโลก
มิเนียร่า ซานาลิน
- นักเรียนลาฟลอร่า คลาสพรินซ์เซส ลูกสาวเจ้าของฟาร์มแกะที่นิวซีแลนด์ เป็นเพื่อนสมัยเด็กของโรซารี่ ถ้ามีโอกาสมักจะติดตามโรซารี่ไปทุกที่ จึงถูกคนอื่นมองว่าเป็นลูกแหง่ และมีนิสัยเอาแต่ใจตัวเองตามแบบเด็กๆ คอยกันท่าไม่ให้คนอื่นเข้ามาใกล้ โรซารี่ซึ่งเธอเรียกว่า ท่านพี่ โรส มีสัตว์เลี้ยงประจำตัวคือแกะ ซึ่งอยู่บนหัวของเธอ ปรากฏตัวในลา ฟลอร่าฮันนี่แรลลี่ โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน ศาสตร์การแพทย์หรรษากับสปาอลวน
ลี นาริน
- นักเรียนลาฟลอร่า คลาสพรินซ์เซส ห้อง B มีปลาโลมาชื่อ ลิลลี่ มาจากประเทศจีนแต่มาตั้งรกรากอยู่ที่สิงคโปร์กับพ่อแม่ของเธอ เป็นคนเชี่ยวชาญกีฬาทางนํ้าและการดำนํ้าเป็นอย่างมาก เมื่ออยู่ในนํ้าเธอจะเป็นคล่องแคล่วว่องไว แต่พอมาอยู่บนบกแห้งๆจะกลายเป็นคนเฉื่อยชาขึ้นมาทันที ถึงขนาดขาดนํ้าเป็นอยู่ไม่ได้ เธอมักจะพกขวดนํ้าติดตัวรวมถึงมีอุปกรณ์ดำนํ้าติดมาประจำ ปรากฏตัวในลา ฟลอร่าฮันนี่แรลลี่ โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน ศึกประชันจ้าวแห่งการละเล่นรอบโลก
ราณี มอธี
- นักเรียนลาฟลอร่า คลาสพรินซ์เซส เป็นคนอารมณ์ดี พ่อเป็นเจ้าของอุทยานที่มาเลเซีย ธอจึงมีสิทธิรู้เรื่องเกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่ามากกว่าใคร พกกล้องติดตัวเป็นประจำเพื่อถ่ายภาพป่าไม้และสัตว์ป่า ถ้าเธอเจอคนที่ทำลายป่าไม้และสัตว์ป่าราณีผู้อารมณ์ดี จะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทันที
เกรซ แอลลัน
- นักเรียนลูกครึ่งอังกฤษจีนห้อง A เป็นเพื่อนสนิทเอสเมอรันด้า เป็นคนที่ต่อต้านนาซิสซ่าอย่างลับๆ เพื่อหวังจะล้างแค้นให้เอสเมอรันด้า
หยาง เหมยหลิน
- นักเรียนสาวจากจีน เรียนอยู่คลาสเคาท์เทส เป็นพี่สาวของเหมยฮัว ความสามารถพิเศษของเธอคือ กังฟูและตอบปัญหา เป็นผู้สืบลับๆตอนที่ ทดสอบเหมยฮัว ว่าจะป้องกันตราประจำตระกูลหยางได้หรือไม่
แอริณ พุดพิชญา
- เป็นน้าของทิวา ปลอมตัวเป็นครูห้องพยาบาล เป็นคนของรัฐบาลโลก (CIA) เป็นฝาแฝดกับไอริณ แม่ของทิวา
- หมายเหตุ:
^ ครั้งหนึ่ง ทางอีคิวพลัสซึ่งเป็นผู้จัดทำ ได้จัดให้มีการออกแบบตัวละครโดยผู้อ่านอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นเยาวชนชาวไทยทั้งสิ้น[19]
[แก้]ตัวละครใน ลา ฟลอร่า ประเทศฉันสุดยอด
อาทิตย์ ไม้งาม
- ลูกพี่ลูกน้องของทิวาชอบการแสดงละคร เป็นตัวละครใน ลาฟลอร่า ไทย สุดยอด
ไลโอเนล ออกัสตัส
- ขี่ม้าขาวชื่อว่า"แอนโธนี่"คอยอารักขาโรซารี่ทุกฝีก้าว มีหัวคิดสร้างสรรค์โดยเฉพาะมักมีไอเดียพิศดารเกี่ยวกับตัวของแอนโธนี่อยู่เรื่อยๆ ถึงอย่างนั้นก็มีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่สูงตามแบบฉบับชาวอังกฤษ เป็นตัวละครใน ลาฟลอร่า อังกฤษ สุดยอด
นากายาม่า ซารุ
- ลูกน้องของพ่อยูริ มีหน้าตาคล้ายลิง รักษาหน้าที่ในการเป็นบอดี้การ์ดอย่างดีเยี่ยม เชื่อฟังคำสั่งยูริทุกคำ เป็นตัวละครใน ลาฟลอร่า ญี่ปุ่น สุดยอด
จาง หยันหลง
- คู่แข่งของเหมยฮัว ที่ต้องการจะเป็นยอดฝีมือทางด้านวรยุทธ์เหมือนกัน แต่ออกแนวรั่วไปบางครั้ง เป็นคนไม่ทันตามยุคสมัย เพราะชอบเก็บตัวอยู่แต่ในป่าเขา เป็นตัวละครใน ลาฟลอร่า จีน สุดยอด
เปโดร รามอส
- ลูกศิษย์ของพ่อเอสเมอรันด้าชอบทำเมนูอาหารแปลกใหม่ เป็นคนอารมณ์ดี เป็นตัวละครใน ลาฟลอร่า สเปน สุดยอด
เชวาล บลองค์
- คนรับใช้คนสนิทของนาซิสซ่า มีความรู้รอบตัวดี และมักหาทางแกล้ง(แบบไม่ตั้งใจ)นาซิสซ่าอยู่เนืองๆ แต่ก็ยังเคารพในตัวของนาซิสซ่า เกลียดหอยทากเป็นที่สุด เป็นตัวละครใน ลาฟลอร่า ฝรั่งเศส สุดยอด
อัลแบร์โต้ รอซซี่
- นักสืบที่คอยจับผิดมาริโอน่า เป็นลูกของนักสืบที่เป็นคู่แข่งพ่อมาริโอน่า แต่มีสายตาที่สั้นอย่างมาก เป็นตัวละครใน ลาฟลอร่า อิตาลี สุดยอด
คิม มุนอา
- คิม มุนอา (เกาหลี: 김문아) น้องสาวข้างบ้านกียุล ทรงผมดำสั้นแค่ติ่งหู แต่เธอใส่วิกเพื่อปกปิดเอาไว้ เธอเลยทวงสัญญาที่กียุลเคยบอกไว้ว่า "ถ้าได้กลับเกาหลีอีกครั้งจะพาไปเที่ยวสวนสนุก" และชอบเรียกกียุลว่าโอปป้าด้วย (โอปป้าแปลว่าพี่ชาย) เป็นตัวละครใน ลาฟลอร่า เกาหลี สุดยอด
กฤษณะ
- เป็นคู่หมั้นของอินทิรา ชอบเล่นตลกกับอินทิราอยู่เสมอ ทั้งยังมีช้าง 1 เชือกเป็นน้องสาว ชื่อว่าภารตี เป็นตัวละครใน ลาฟลอร่า อินเดีย สุดยอด และยังเป็นนักเรียนโรงเรียนเจ้าชายโนอาห์อีกด้วย ปรากฏตัวใน ลา ฟลอร่าฮันนี่แรลลี่ โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน ศึกประชันจ้าวแห่งการละเล่นรอบโลก
ปุนเย่ เตเลกต๊อด
- ลูกหาบสุดอ่อนแอของนาซิสซ่า แต่ก็มีความมุ่งมั่นจะเป็นลูกหาบฝีมือดีอันดับต้นๆของโลก รู้จักกับ มีนา โดยบังเอิญ ตอนหลงอยู่บนเขา เป็นตัวละครใน ลาฟลอร่า เนปาล สุดยอด
ลูก้า เลวี่ คาโดโซ
- เป็นเพื่อนสนิทกับ อาเดรียน่า มาตั้งแต่เด็ก มีความมั่นใจในตัวเองสูงโดยเฉพาะการเต้นในจังหวะแซมบ้า เป็นลูกชายเจ้าของโรงแรมระดับ 5 ดาว และมีสัตว์เลี้ยงแปลกๆเลี้ยงเอาไว้ด้วย เป็นตัวละครใน ลาฟลอร่า บราซิล สุดยอด
[แก้]รายชื่อตอน
[แก้]ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง
- ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน ห้องลับกับเครื่องเรือนนานาชาติ
- ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน ปริศนา? แฟชั่นอังกฤษพิศวง[20]
- ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน ศึกประลองอาหารไทยจีน[21][22]
- ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน ตุ๊กตานานาชาติกับเรื่องสยองขวัญใน ลา ฟลอร่า
- ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน มหกรรมขนมหวาน ร้อยรสชาติระดับโลก
- ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน เทศกาลหรรษากับกีฬาพิสดาร
- ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน ลีลาศอลหม่านกับการแสดงนานาชาติอลวน
- ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน คฤหาสน์ป่วนกับแก๊งผีเฮี้ยน
- ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน ศิลปะการต่อสู้กับประตูสู่ฝัน
- ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน ตามรอยรหัสลับภาพเขียนบันลือโลก[23]
[แก้]ลา ฟลอร่า โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ซีซั่น 2
- ลา ฟลอร่าฮันนี่แรลลี่ โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน อลังการคอนเสิร์ตนานาชาติกับเครื่องดนตรีหรรษา
- ลา ฟลอร่าฮันนี่แรลลี่ โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน มหัศจรรย์แรลลี่นิทานรอบโลก
- ลา ฟลอร่าฮันนี่แรลลี่ โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน ศาสตร์การแพทย์หรรษากับสปาอลวน
- ลา ฟลอร่าฮันนี่แรลลี่ โรงเรียนป่วนก๊วนเจ้าหญิง ตอน ศึกประชันจ้าวแห่งการละเล่นรอบโลก
[แก้]ลา ฟลอร่า ประเทศฉันสุดยอด
|
|
[แก้]ลา ฟลอร่า บอร์ดเกม
- ลา ฟลอร่า บอร์ดเกม ตอน ผจญภัยในแดนสยาม
- ลา ฟลอร่า บอร์ดเกม ตอน ท่องแดนอาทิตย์อุทัย